อดีตผู้ใหญ่บ้าน พลิกชีวิตทำเกษตรเศรษฐกิจพอเพียง เก็บขายทั้งปีและยังเป็นแหล่งเรียนรู้ชุมชน ตามแนวทางปรัชญาในหลวง ร.9

776

อดีตผู้ใหญ่บ้านต้นแบบ เมืองช้าง น้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง “ในหลวง ร.9” มาดำเนินชีวิตและทำเกษตรไร่นาสวนผสม ประสบผลสำเร็จเก็บผลผลิตออกจำหน่ายสร้างรายได้ทุกวัน พลิกชีวิตฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น และครอบครอบครัวมีความสุข กลายเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ในชุมชนให้ลูกบ้านนำไปปฏิบัติ เผยซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ มุ่งมั่นดำเนินชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตลอดไป

วันนี้(20 ม.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านผึ้ง หมู่ที่  6  ต.บุฤาษี  อ.เมือง จ.สุรินทร์ ในหมู่บ้านแห่งนี้ มีอดีตผู้ใหญ่บ้านเป็นเกษตรกร ผู้น้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมจนประสบผลสำเร็จสามารถพลิกชีวิตฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น ครอบครอบครัวมีความสุข และกลายเป็นต้นแบบแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้านทั้งในชุมชนและตำบลใกล้เคียงได้นำไปปฏิบัตินายถวัลย์  โชติช่วงหรือลุงอื๊ด อายุ 66 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านผึ้ง  และ นางวิชุดา โชติช่วงหรืออุ๊ อายุ 36 ปี(ลูกสะใภ้) อยู่บ้านผึ้ง หมู่ที่  6  ต.บุฤาษี  อ.เมือง จ.สุรินทร์ ผู้มุ่งมั่นทำการเกษตรตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้นำทีมข่าวลงพื้นที่สัมผัสไร่นาสวนผสม ที่มีการจัดการแบ่งสรรจัดส่วน การปลูกพืชผัก ไม้ผล ขุดบ่อน้ำเลี้ยงปลา และทำแปลงนาข้าวไว้อย่างลงตัว แค่ช่วงกว่า 2 ปี ทำให้ปัจจุบันมีผลผลิตหมุนเวียนให้เก็บเกี่ยวออกจำหน่ายสร้างรายได้ทุกวัน รวมทั้งใช้เลี้ยงครอบครัว พออยู่พอกินอย่างมีความสุข และสามารถแบ่งปันให้กับเพื่อนบ้านใกล้เคียงอีกด้วย อีกทั้งกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับเกษตรกรคนอื่นๆ ได้มาศึกษาดูงานและนำไปปฏิบัติจนประสบผลสำเร็จแล้วหลายต่อหลายราย

นายถวัลย์  โชติช่วงหรือลุงอื๊ด และนางวิชุดา โชติช่วงหรืออุ๊ (ลูกสะใภ้) เล่าว่า เดิมทีตนเป็นผู้ใหญ่บ้านและลูกสะใภ้ได้ทำงานบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งตนได้หยุดการทำหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านมาหลายปีแล้ว ก็ได้หันมาทำไร่นาสวนผสมไว้ในสวน ส่วนลูกสะใภ้ได้ออกจากงานประจำ มาช่วยตนและเข้าอบรมการทำปุ๋ยหมักอินทรีย์แทนปุ๋ยเคมี จวบจนทุกวันนี้ จากนั้นจึงได้รับทราบถึงแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ตนมีความสนใจเป็นอย่างมากและได้น้อมนำมาปรับใช้ในพื้นที่สวนและนาซึ่งมีที่ดินอยู่รวม  30 ไร่ โดยแบ่งที่ดินทำสวนไม้ผล และปลูกพืชผัก หมุนเวียนเก็บเกี่ยวได้ตลอดทั้งปี ทั้งกล้วยน้ำว้า มะพร้าว มะม่วง เสาวรส ข่า ตะไคร้ ชะอม มะนาว ข้าวโพด พริก และผักกินได้ปลูกเป็นรั้วบ้าน ร่วมทั้งต้นหมากด้วย ซึ่งได้ผลผลผลิตดี ดูแลง่าย ตนและลูกสะใภ้สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตมาใช้กินในครอบครัว และนำออกขายได้ทุกวัน บางส่วนก็แบ่งปั้นให้เพื่อนบ้าน นอกจากนั้น ได้แบ่งที่ดินขุดเป็นสระน้ำเลี้ยงปลารวม โดยเลี้ยงปลาโตเร็ว เป็นที่นิยมบริโภคในท้องถิ่น และ แบ่งที่ดินเป็นนาข้าว เน้นทำเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ โดยข้าวส่วนหนึ่งเก็บไว้กิน อีกส่วนเก็บไว้เป็นเมล็ดพันธุ์ในการทำนาปีต่อไป และปัจจุบันไร่นาสวนของตนได้เป็นแหล่งเรียนรู้ของประชาชนทั่วไปด้วย นอกจากนี้อำเภอใหนตำบลใหนหรือจังหวัดใกล้เคียงต้องการเรียนรู้ทางด้านการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เดินทางมาที่บ้านผึ้ง หมู่ที่  6  ต.บุฤาษี  อ.เมือง จ.สุรินทร์ หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์โทร. 094-7495362 ได้ตลอดเวลาโดยทั้งหมดข้างต้นที่ตนทำมานั้นด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านเป็นอย่างมากที่ได้ทรงงานหนักมาตลอดเพื่อปวงชนชาวไทยและทรงนำแนวทางที่ดีพระราชทานให้เกษตรกรได้นำมาใช้ และเป็นแนวทางที่ทำได้จริงและได้ผล ปัจจุบันทำให้ครอบครัวตนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีเงินส่งลูกเรียนหนังสือ และที่สำคัญไม่ต้องอพยพออกไปทำงานต่างถิ่น เมื่อได้น้อมนำแนวทางของพระองค์ท่านมาปฏิบัติ ทำให้ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันและมีความสุข ตนและครอบครัวจะดำเนินชีวิตตามรอยเบื้องพระยุคลบาทตลอดไป

นางสาวจิรฐา ชัยชนะไพศาล นายก อบต.บุฤาษี อ.เมือง จ.สุรินทร์ กล่าวว่า ทางนายถวัลย์  โชติช่วงหรือลุงอื๊ด อดีตผู้ใหญ่บ้านผึ้ง  และ นางวิชุดา โชติช่วงหรืออุ๊ (ลูกสะใภ้) ได้ร่วมกันน้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตและทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสมจนประสบผลสำเร็จสามารถพลิกชีวิตฐานะความเป็นอยู่ดีขึ้น โดยทาง อบต.บุฤาษี นั้นช่วงแรก ๆ ก็ไม่ได้ช่วยงบประมาณเข้ามาช่วย เพราะว่ายังไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งประมาณ 2 ปีจนถึงปัจจุบันนี้ทั้งสองได้ทำประสบความสำเร็จมา ทาง อบต.บุฤาษี ก็จะจัดหางบประมาณหรือเมล็ดพันธุ์เข้ามาช่วยให้ทั้งสองทำเกษตรผสมผสานผลิตผลพร้อมทั้งให้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับชาวบ้านอีกต่อไป

ข่าว/ภาพ: kungsurin / yingsurin