สภ.จอมพระ พัฒนาเพื่อยกระดับโรงพักต้นแบบ เน้นน่าอยู่บริการดี ได้ใจประชาชน

10

การจะพัฒนาโรงพักให้น่าอยู่เป็นที่ยอมรับจากประชาชนนั้นจะประสบผลสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้านที่ช่วยกันลงมือลงแรงกันคนละนิดจนทำให้โรงพักแห่งนี้น่าอยู่เหมือนเช่นทุกวันนี้

ขึ้นชื่อว่าโรงพักไม่ว่าที่ไหน ๆ คงไม่มีใครอยากเข้าไปเยือนหากไม่มีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจจนถึงขั้นต้องพึ่งพาตำรวจให้ช่วยแก้ปัญหาเพราะส่วนใหญ่การที่คนเราจะสืบเท้าเข้าไปโรงพักนั้นคงไม่ใช่เรื่องที่ดี แถมจะหนักออกไปทางเรื่องแย่ ๆ เสียมากกว่า ผนวกกับเมื่อได้เห็นสภาพอาคารที่ทำการโรงพักตำรวจไทยที่ทรุดโทรมรวมถึงสีหน้าแววตาตำรวจขณะปฏิบัติหน้าที่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดหน้าตาหม่นหมองเครียดกับเรื่องคดีความจนลืมเรื่องการให้บริการประชาชน ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้กำกับสถานีตำรวจหลาย ๆ โรงพักมักจะมองข้ามสิ่งนี้ไป แต่นั่นไม่ใช่แนวคิดในการบริหารจัดการโรงพักของ พ.ต.อ.ยงยศ  พลเดช ผกก.สภ.จอมพระ  จ.สุรินทร์ ที่ได้ตระหนักและให้ความสำคัญในส่วนของการพัฒนาปรับโฉมโรงพักและการให้บริการประชาชนให้เต็มปริ่มไปด้วยรอยยิ้มควบคู่ไปกับการรับผิดชอบติดตามคดีความต่าง ๆ อย่างไม่บกพร่องพ.ต.อ.ยงยศ  พลเดช  ผกก.สภ.จอมพระ  จ.สุรินทร์ กล่าวว่า โรงพักแห่งนี้ไม่ใช่โรงพักแรกที่พัฒนาปรับปรุงจากโรงพักที่เก่าทรุดโทรมมาเป็นโรงพักที่น่าอยู่ให้ดูดีทันสมัยมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน จนลืมภาพโรงพักในแบบเก่า ๆ ที่เราคุ้นชิน หากแต่ท่านผู้กำกับคนนี้ได้เคยลงมือลงแรงพัฒนาปรับโฉมโรงพักให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการ  ทั้งนี้เมื่อพอมีโอกาสได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่ง พ.ต.อ.ยงยศ  พลเดช  ผกก.สภ.จอมพระ  จ.สุรินทร์ จึงได้วางโครงการที่จะพัฒนาโรงพักว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนที่มาติดต่อราชการที่โรงพักนั้น ได้ผ่อนคลายความทุกข์ที่มีอยู่ภายในหัวให้เบาบางลง ซึ่งเมื่อมีโอกาสพูดคุยและรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านจึงทำให้ทราบดีว่าภาพลักษณ์สถานีตำรวจและการให้บริการนั้นถือเป็นสิ่งสำคัญต่อมุมมองของประชาชน จึงได้เร่งดำเนินการปรับปรุงสถานที่ตัวอาคารที่ทำการโรงพักให้น่าอยู่ทันสมัย ปรับเปลี่ยนพื้นที่อเนกประสงค์ด้านหน้าโรงพักให้กลายเป็นสวนสาธารณะขนาดย่อม ๆ ให้ประชาชนสามารถเข้ามานั่งเล่นพักผ่อนได้ไม่จำเป็นจะต้องมาเฉพาะเวลามีเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจเท่านั้น ให้สมกับเป็นสถานที่ที่พึ่งของประชาชน ก่อนจะพัฒนาต่อยอดในส่วนของการให้บริการประชาชนด้วยความเป็นกันเอง เมื่อชาวบ้านเริ่มเป็นกันเองและให้ใจกับตำรวจมากขึ้น การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจก็ราบรื่น ประชาชนก็จะหันเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาโรงพักและช่วยเป็นหูเป็นตาคอยเฝ้าระวังช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจได้มากยิ่งขึ้น ประหนึ่งเหมือนกับว่าตำรวจและโรงพักเป็นเหมือนบ้านที่เต็มไปด้วยญาติพี่น้องของพวกเค้า เพียงเท่านี้โรงพักแห่งนี้ก็กลายเป็นโรงพักที่น่าอยู่แล้วซึ่งในการบูรณาการปรับปรุงอาคารที่ทำการหลังเก่าให้กลายเป็นอาคารอเนกประสงค์และศูนย์การเรียนรู้ของประชาชนอีกด้วย ส่วนการที่ให้ความสนใจในการพัฒนาปรับปรุงภาพลักษณ์โรงพักให้น่าอยู่กว่าเดิมนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาที่ต้องการจะได้รับรางวัลคำชมเชยจากผู้บังคับบัญชาแต่อย่างใดเพียงแต่ต้องการเห็นรอยยิ้มของผู้ที่มาติดต่อราชการมากกว่าแต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีใจไม่น้อย  “การจะพัฒนาโรงพักให้น่าอยู่เป็นที่ยอมรับจากประชาชนนั้นจะประสบผลสำเร็จไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจจากชาวบ้านที่ช่วยกันลงมือลงแรงกันคนละนิดจนทำให้โรงพักแห่งนี้น่าอยู่เหมือนเช่นทุกวันนี้”

อย่างไรก็ตามสุดท้ายนี้คงจะดีไม่น้อยหากตำรวจไทยทุกคนนำแนวคิดจิตวิญญาณของการเป็นตำรวจที่มุ่งรับใช้ประชาชนเป็นหลักแบบไปปรับประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ ภาพลักษณ์มุมมองของสังคมไทยต่อตำรวจที่เต็มไปด้วยอคติคงจะแปรเปลี่ยนเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ได้เหมือนเคยอย่างแน่นอน

ภาพ/ข่าว: kungsurin