ชาวบ้านเฮ! ปลดล็อกพืชกระท่อมใกล้เป็นจริง กม.จ่อเข้าสภา’เป็นพืชเศรษฐกิจ’ตัวใหม่

43

อนุกรรมาธิการปลดล็อกกระท่อม สภาผู้แทนฯ เดินสายเปิดเวทีประชาพิจารณ์นครศรีฯ รับฟังชาวบ้าน เพื่อปลดล็อกพืชใบกระท่อม นำความเห็นเสนอต่อสภา พร้อมร่างกฎหมายกำหนดเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ระบุ ประโยชน์เพียบ ช่วยขยันทำงาน แก้เบาหวาน-ความดัน และลดความอ้วน

ระหว่างวันที่ 7-8 สิงหาคม 2563 คณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางแก้ปัญหาการใช้พิชกระท่อมอย่างเป็นระบบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ได้จัดเวทีประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านผู้บริโภคใบกระท่อม 8 อำเภอ อ.พระพรหม อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.เชียรใหญ่ อ.ร่อนพิบูลย์ อ.จุฬาภรณ์ อ.ชะอวด อ.หัวไทร และ อ.ปากพนัง มีชาวบ้านร่วมรับฟัง และร่วมออกความเห็นประมาณ 300 คน/เวที

ในวันที่ 7 สิงหาคม คณะอนุกรรมาธิการฯได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งคณะรัฐมนตรีมีมติให้เป็นพื้นที่นำร่องปลูกและบริโภคใบกระท่อม

นายสงคราม บัวทอง กำนันตำบลนำพุ กล่าวว่า ตำบลน้ำพุได้จัดทำธรรมนูญตำบลในเรื่องการใช้ใบกระท่อม ตามพ.ร.บ.ยาเสพติดมาตรา 52 เมื่อปี 2559 โดยมีการประชุมชาวบ้านและตกลงร่วมกัน กำหนดให้แต่ละบ้านปลูกใบกระท่อมได้ไม่เกิน 3 ต้น พกพาได้ไม่เกิน 30 ใบ และห้ามนำใบกระท่อมไปผสมกับยาแก้ไอ เป็น4×100 และห้ามนำไปจำหน่าย สามารถใช้ได้เฉพาะในครัวเรือน ซึ่งตลอดระเวลาของการดำเนินการได้รับความร่วมมือกับชาวบ้าน เป็นอย่างดี ไม่มีใครทำผิดธรรมนูญ

ด้านนายศุภรัตน์ กล่อมวิเศษ ปราชญ์ชาวบ้าน ให้ข้อมูลว่า ต้นกระท่อมทุกต้นมีการขึ้นทะเบียน มีคิวอาร์โค๊ดติดไว้ทุกต้น ตรวจสอบได้ทางGPSและกำลังดำเนินการทำแอพพลิเคชั่น สามารถตรวจสอบได้่ว่า ต้นกระท่อมอยู่ตรงจุดไหน

‘กระท่อมมีฤทธิ์ ทำให้ร่างกายกระฉับกระเฉง ฤทธิ์ของใบกระท่อมจะกระจายน้ำตาลไปเส้นเลือดทำให้ร่างกายตื่นตัวภายในเวลา 4-5 นาที เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่มีมาตั้งแต่อดีต อย่างผมตื่นเที่ยงคืน จะกินกาแฟกับใบกระท่อม 3 ใบ ชั่วโมงกิน 3 ใบ เสร็จประมาณ 10 โมงเช้า ใช้ประมาณ 30 ใบ’ นานศุภรัตน์ กล่าว

เขา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่ง ได้เข้ามาศึกษาในด้านผลกระทบของใช้ใบกระท่อม ในทางร่างกายไม่พบว่า มีผลกระทบในทางลบ ตรงกันข้ามใบกระท่อมช่วยในการรักษาโรค อาทิ เบาหวาน เป็นต้น ในทางสมองมีการวัดคลื่นสมอง ไม่พบว่า มีผลกระทบแต่อย่างใด

‘แต่เดิมชาวบ้านใช้แล้ว ขยันทำงาน แต่ก็ถูกมองว่า เป็นพืชเสพติด แต่เมื่อมีผลวิจัยทางวิชาการ ก็มีความมั่นใจว่า พืชใบกระท่อมมีประโยชน์ตามที่ชาวบ้านเชื่อมาตั้งแต่อดีต’ ปราชญ์ ชาวบ้าน กล่าว และว่า ในส่วยของวัยรุ่นในหมู่บ้านมีคนติดยา 42 คน มีการพูดกัน และนำใบกระท่อมมาเป็นสูตรในการเลิกยา ปรากฎว่า ได้ผลดี เมื่อคนที่ติดยากินเข้าไป ความกระวนกระวายในความต้องการยาได้หายไป ไม่มีใครละเมิดกฎในการนำไปผสมยาแก้ไอเป็น4×100 ซึ่งเป็นอันตราย แต่ก็มีการต้มเป็นนำผสมไซรับ รวมทั้ง ผสมบ๊วย ซึ่งกำลังเป็นที่นิยม เพราะบ๊วยทำให้ชุ่มคอ สามารถยืนยันได้ว่า บ้านน้ำพุเป็นโมเดลของการใช้ใบกระท่อมที่ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด’นายศุภรัตน์ กล่าว

นายเทพไท กล่าวว่า การปลดล็อกกระท่อมจากบัญชียาเสพติด มีการต่อสู้กันมานาน ในสภาฯ นายภิญญา ช่วยปลอด อดีต ส.ส.สุราษฎร์ธานี พยายามผลักดันไม่ให้เป็นยาเสพติด เพราะการบริโภคกระท่อมเป็นวิถีชีวิตของคนไทย โดยเฉพาะคนภาคใต้ ที่ปลูกกันตามชายคา ช่วยให้ขยันทำงาน ไม่ปวดเมื่อย แต่เมื่อขึ้นเป็นบัญชียาเสพติด จึงถูกเจ้าหน้าที่จับกุม

‘ช่วงนี้เป็นกระแสที่มีโอกาสจะทำได้สำเร็จ เพราะพรรคภูมิใจไทย เสนอปลดล็อคกัญชา ผมจึงเสนอกระท่อมเข้าไปด้วย เข้าสภาฯวันแรก ผมก็อภิปรายเรื่องนี้ เพราะได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านมาก จากการถูกตำรวจจับกุม ต้องเสียค่าปรับจำนวนมาก ในฐานะส.ส.ต้องไปช่วยชาวบ้าน จึงต้องเสนอให้ปลดล็อก และสภาฯได้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาทั้งเรื่องกัญชา กัญชง และพืชกระท่อม และได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา พืชแต่ละชนิด ในส่วนของกระท่อม ให้ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการฯ ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญฝ่ายต่างมาให้ข้อมูลโดยเฉพาะสถาบันการศึกษา ที่ทำวิจัย พบว่า ไม่มีโทษต่อร่างกายและสมอง แต่จะช่วยให้มีความขยันทำงาน ช่วยแก้โรคเบาหวาน ความดัน รวมทั้ง สามารถลดน้ำหนักได้ด้วย ซึ่งจะเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคต’ นายเทพไท กล่าว

ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า คณะอนุกรรมาธิการฯ ได้เปิดเวทีประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็นของผู้บริโภคใบกระท่อม นครศรีธรรมราช เป็นพื้นที่ๆชาวบ้านใช้พืชใบกระท่อมมาตั้งแต่โบราณ เป็นวิถีชีวิต เพื่อนำไปบัญญัติในร่างกฎหมาย

‘การปลดล็อกกระท่อมเดินมาถึงครึ่งทางแล้ว รัฐบาลถอดออกจากบัญชียาเสพติด แต่ยังติดที่กฎหมาย ซึ่งล่าสุดครม.ได้เห็นชอบกฎหมายให้ใบกระท่อม ไม่เป็นยาเสพติด แต่กฎหมายร่างมา 2-3 บรรทัด ไม่ครอบคลุม ผมจึงให้ฝ่ายกฎหมายร่างกฎหมายขึ้นมา เกี่ยวกับพืชใบกระท่อมเพียงอย่างใด กำหนดชัดเจนทุกขึ้นตอนว่า ถ้าปลูกเพื่อบริโภคเป็นอย่างไร ปลูกเพื่อการค้าอย่างไร ปลูกเพื่อทำยา เป็นอาหารเสริม เป็นเครื่องดื่มชูกำลัง แต่กำหนดชัดเจนว่า ถ้านำไปผสมเป็น4×100จะมีความผิดต้องดำเนินคดี’ ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวกับชาวบ้านบนเวทีประชาพิจารณ์

นายเทพไท กล่าวว่า ต้องการผลักดันให้กฎหมายพืชกระท่อมให้สำเร็จในรัฐสภาสมัยนี้ แต่ก็หวั่นๆว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ จะยุบสภาเสียก่อน เพราะตอนนี้มีนักศึกษาชุมนุม ก็ฝากถึงพล.อ.ประยุทธ์ให้กฎหมายพืชกระท่อมผ่านก่อน ค่อยยุบสภา

นายเทพไท ให้สัมภาษณ์ว่า มั่นใจว่ากฎหมายใบกระท่อมจะผ่านสภา เพราะได้รับการสนับสนุนจากทุกพรรคการเมือง และในการมารับฟังความเห็นของชาวบ้านก็เพื่อต้องการทราบว่า ต้องการปลูกจำนวนกี่ต้น เด็กอายุเท่าไหร่ให้กินได้ เป็นต้น

‘ยืนยันจากผลการวิจัยของมหาวทยาลัยหลายแห่งที่มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการว่า พืชใบกระท่อม เป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์หลายอย่าง ช่วยให้ขยันทำงาน แก้เบาหวาน ความดัน ตลอดจนลดน้ำหนักได้ เป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคตที่จะสร้างรายได้ให้กับเกษตรและประเทศไทย’ นายเทพไท กล่าวในที่สุด