ผู้ใหญ่บ้านหื่นกัดดูดสาวใหญ่อย่างซาดิสซ์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาพร้อมสู้ในชั้นศาล ขณะที่นายอำเภอสั่งสอบข้อเท็จจริง

2370

คืบหน้า ผู้ใหญ่บ้านหื่น กัดดูดสาวใหญ่ อย่างซาดิสซ์ จนช้ำทั่วตัว ย่องพบตำรวจปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมสู้ในชั้นศาล ด้านนายอำเภอสั่งปลัดสอบข้อเท็จจริง หากมีมูลเตรียมตั้งกรรมการสอบฟันวินัยร้ายแรง

วันนี้( 23 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานถึงความคืบหน้ากรณี ที่นางสาว อัมพรพรรณ เลไทสงค์ อายุ 35 ปีอยู่บ้านเลขที่ 41 หมู่ที่ 12 บ.หนองเหล็ก  ตำบลแคน อำเภอสนม จังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ พ.ต.ต.พิเชษฐ์ ชูโฉมงาม พนักงานสอบสวน สภ.สนม อ.สนม จ.สุรินทร์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.63 ที่ผ่านมา โดยกล่าวหาว่า นายสามารถ กิริยา ผู้ใหญ่บ้านศรีสำโรง ม.13 ต.แคน อ.สนม ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา กระทำอนาจารกับร่างกาย ด้วยการกัดดูดจนมีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย ทั้งบริเวณหน้าอก แขน ไหล่ แผ่นหลัง และแก้ม หลังจากไปร่วมนั่งดื่มเบียร์ด้วยกัน ในร้านอาหาร ชื่อ”ร้านยายนาตาเฒ่า”ตั้งอยู่ตรงข้ามบ้านของผู้ใหญ่บ้านศรีสำโรง ม.13 ต.แคน อ.สนม ก่อนจะชวนกันไปดื่มต่ออีกหมู่บ้านหนึ่งและกลับมาดื่มที่บ้านญาติของผู้ใหญ่ที่หมู่บ้านศรีสำโรงอีกครั้ง ในช่วงค่ำผู้เสียหายจึงนอนหลับด้วยอาการเมา และมารู้สึกตัวอีกทีในช่วงตี 2 เมื่อตื่นขึ้นมาพบว่า เสื้อผ้าก็ถูกถอดออกไปจนหมด เหลือเพียงกางเกงใน ตัวเดียว และยังพบนายสามารถ กิริยา นอนเปลือยกายอยู่ข้างๆโดยไม่สวมใส่กางเกงใน ผู้เสียหายจึงรีบใส่เสื้อผ้า แต่ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ก็ยังพยายามลวนลามและอนาจารอผู้เสียหายอยู่ จนผู้เสียหายต้องค่อยๆพูดดีๆเพื่อให้ผู้ใหญ่บ้านหยุดพฤติกรรมดังกล่าว  และเกรงว่าจะถูกทำร้าย โดยผู้เสียหายยืนยันว่า ยังไม่ได้มีสัมพันธ์ทางเพศแต่อย่างใด ก่อนที่จะรุ่งสาวผู้เสียหายจึงไหว้วานให้ผู้ใหญ่บ้านขับรถไปส่งที่บ้าน และพบว่าร่างกายมีรอยเขียวช้ำไปทั่ว

จากนั้น ในช่วงเช้าของวันที่ 14 ส.ค.63 ผู้เสียหายได้รับข้อความส่งมาทางแช๊ท ระบุว่า “อยู่ไส กูหมา แจ้งความเฮานะ สิเอาให้ตาย 15 ปีบ่หลายเด้อ”   ผู้เสียหายจึงรู้สึกกลัวว่าจะถูกทำร้าย จึงปรึกษาพ่อ  และพาไปแจ้งความไว้ ที่สถานีตำรวจภูธรสนม ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้และให้ผู้เสียหายไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล ซึ่งได้แจ้งความตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.63 ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ส่วนผู้ใหญ่บ้านก็ยังวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน จึงตัดสินใจร้องเรียนสื่อมวลชน เพื่อขอความเป็นธรรม ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วเมื่อวานนี้นั้นล่าสุดเช้าวันนี้ (23 ส.ค.63) เวลา 09.30 น.พ.ต.ท.พิเชษฐ์  ชูโฉมงาม พนักงานสอบสวน สภ.สนม เจ้าของคดี ได้เรียกผู้เสียหายเข้าไปสอบสวนและเอาหลักฐาน ก่อนที่เวลา 11.40 น. นางสาววันเพ็ญ  หาญเสมอ นาย อ.สนม ได้เชิญผู้เสียหายเข้าพบเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และจะเรียกตัวผู้ใหญ่บ้านที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนอีกครั้ง พร้อมตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีความผิดจริงก็จะลงโทษทางวินัยต่อไป

ขณะที่ในช่วงเวลา 12.00 น.ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าว ได้แสดงตัวเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ด้วยสีหน้าที่ตึงเครียด และได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมขอสู้คดีในชั้นศาลต่อไป ก่อนจะออกจากห้องสอบสวนเวลาประมาณ 13.00 น.และให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนสั้นๆว่า  มีสื่อบางสำนักนำเสนอข่าวเกินความจริง โจมตีตนเองฝ่ายเดียว ตนขอสู้คดี เอาความถูกต้องไปวัดกันที่ศาลต่อไปนางสาววันเพ็ญ  หาญเสมอ นาย อ.สนม กล่าวว่า ตนพึ่งจะทราบข่าวเมื่อช่วงค่ำวานนี้ และทางโรงพักก็ได้รายงานข้อมูลให้ทราบ ในฐานะที่เป็นผู้บังคับบัญชา วันนี้เป็นวันหยุดตนได้สั่งการให้ปลัดอำเภอที่รับผิดชอบงานปกครอง ดูแลในเรื่องวินัยกำนันผู้ใหญ่บ้าน สอบสวนข้อเท็จจริงก่อน ซึ่งปกติจะตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงก่อน ถ้ามีมูลที่จะสอบวินัยต้องเป็นอำนาจของผู้ว่า  จะเสนอผู้ว่าตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ถ้าถึงขั้นลงโทษทางวินัย แต่ ณ.วันนี้เรายังไม่ได้ตั้งกรรมการสอบ แต่ได้มอบหมายให้ปลัดอำเภอที่รับผิดชอบสอบข้อเท็จจริงโดยเบื้องต้น โดยได้เรียกน้องผู้เสียหายมาสอบก่อน ถ้าเห็นว่ามีมูล มีหลักฐานเชื่อถือได้ว่า ผู้ใหญ่บ้านทำผิดจริง ขั้นตอนต่อเราก็จะเสนอตั้งกรรมการสอบวินัยกับผู้ว่าต่อไป ถ้าสมมุติว่าผิดวันนัยร้ายแรงก็ถูกปลดออกไล่ออก ซึ่งกำนันผู้ใหญ่บ้านต้องรักษาวินัยเหมือนข้าราชการพลเรือนทุกอย่าง ทางผู้ว่าฯและทางอธิบดีกรมการปกครองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็ได้สอบถามผู้ใต้บังคับบัญชามาทุกระดับ  เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งทางชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.สนม ก็ไม่สบายใจ  ก็จะแสดงจุดยืนอย่างไร เพื่อไม่ให้สังคมมองไม่ดี หากมีความผิดจริงก็ไม่มีการปกป้อง เขาก็กังวลในภาพลักษณ์ของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านเช่นกัน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า เราจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย นาย อ.สนมฯ….กล่าวนางสาว อัมพรพรรณ เลไทสงค์  ผู้เสียหายกล่าวว่า ผู้ใหญ่บ้านเขามีศักดิ์เป็นอา  กินด้วยกันมาตลอด จึงรู้นิสัยลึกๆและรู้สึกกลัว และเขาก็ไม่ยอมรับในสิ่งที่เขาทำด้วย  แต่ตนพูดความจริงตนก็ไม่กลัว ก็ขอความเป็นธรรมให้กับตนเองด้วย

ภาพ/ข่าว: ทีมข่าวเฉพาะกิจนิวส์บางกอก