เจ้าของร้านคาร์แคร์ ร้องสื่อขอความเป็นธรรม เจ้าหน้าที่เปลี่ยนตัวคนขับหาเมาแล้วขับ

53

สองสามีภรรยาขอความเป็นธรรมกรณีรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีขาว หมายเลขทะเบียน 1กข6372 กรุงเทพมหานครฯ พุ่งชนบ้านพังเสียหาย ถนนสายพนมดิน-บักดอก ตำบลจีกแดด อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยได้ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีได้สลับเปลี่ยนผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ผู้ขับขี่ในวันเกิดเหตุ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า วอนคนชนช่วยออกมารับผิดชอบต่อสิ่งที่ทำไว้

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 นายเพียร พูลเฉลียว (เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้า) ผู้เสียหาย อายุ 47 ปี ที่อยู่ 33/1 ม.5 ตำบลโคกกลาง อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้เข้าร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าวเพื่อขอความเป็นธรรม วันที่ 1 มกราคม 2564 เวลาประมาณ 04.00 น. ที่ถนนสายพนมดิน-บักดอก ตำบลจีกแดก อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิสีขาว หมายเลขทะเบียน 1กข6372 กรุงเทพมหานครฯ เฉี่ยวชนกับประตูและรถเสียหลักเข้าไปในบ้านที่อยู่ข้างทางริมถนนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย โดยมีนายสุริยะ เยรัมย์ เป็นผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าว โดยนายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย)เป็นผู้เช่าบ้านที่เสียหาย ในวันเกิดเหตุนายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย) ไม่ได้อยู่ที่บ้านโดยไปทำธุระที่อำเภอหนองกี่ ได้มีโทรศัพท์จากนายสุริยะ เยรัมย์ ได้โทรศัพท์มาบอกว่า ได้ขับรถชนบ้านพังให้มาดู นายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย)จึงได้ขับรถยนต์กลับมา และได้บันทึกภาพในที่เกิดเหตุพร้อมกับภาพนายสุริยะ เยรัมย์ ที่อยู่ในอาการเมา พร้อมกับได้บอกว่าจะดูแลค่าเสียหายให้จากนั้นนายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย) ก็ไม่ได้คิดอะไร ต่อมาได้มี พ.ต.ต.กัมพล มิฆเนตร สว.สอบสวน สภ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ได้ให้นายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย) มาเซ็นต์ชื่อให้กับนายสุริยะ เยรัมย์ เพื่อจะนำรถยนต์เก๋งออกมาซ่อม ซึ่งนายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย)ไม่ได้อ่านบันทึกประจำวัน จึงไม่ได้เอะใจอะไร พอนานหลายเดือนไม่เห็นนายสุริยะ เยรัมย์ ติดต่อมาเรื่องจะดูแลค่าเสียหายให้ จึงได้โทรศัพท์เข้าไปถามกับนายสุริยะ กลับได้รับคำตอบจากภรรยาของนายสุริยะ เยรัมย์ ว่าจะทำอะไรก็ทำเพราะทำอะไรตนไม่ได้หรอกได้เสียเงินให้ตำรวจไปแล้ว 10,000 บาท นายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย) จึงได้นำบันทึกประจำวันมาอ่านถึงรู้ว่าทางพ.ต.ต.กัมพล มิฆเนตร สว.สอบสวน สภ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เจ้าของคดีได้สลับผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งเป็นชื่อนายบุญจันทร์ เยรัมย์ มีศักดิ์เป็นพ่อของนายสุริยะ เยรัมย์ ซึ่งไม่เคยรู้จักและพูดคุยกัน

จากนั้นนายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย) ได้ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมไปยังนายอำเภอพนมดงรัก, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์, ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3, และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีข้อความให้ตรวจสอบ พ.ต.ต.กัมพล มิฆเนตร สว.สอบสวน สภ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พร้อมกับให้รื้อคดีมาสอบสวนใหม่ โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคม 2564 นายสุริยะ เยรัมย์ อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 9 บ้านศรีสวาย ตำบลจีกแดก อำเภอพนมคงรัก จังหวัดสุรินทร์ ขับรถยนต์ทะเบียน 1กข-6372 กรุงเทพมหานคร ขณะเมาสุรา ชนบ้านเช่าของข้าพเจ้า ซึ่งอยู่ห่างจากถนนประมาณ 20 เมตร เลขที่ 145 หมู่ 10 บ้านทานตะวัน ตำบลจีกแดก อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เป็นเหตุให้บ้านและทรัพย์สินของข้าพเจ้าเสียหายหลายรายการ มี พ.ต.ต.กัมพล มิฆเนตร สว.สอบสวน สภ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและเป็นพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบ ต่อมามีการตกลงกัน บริษัทที่รับประกันภัยรถยนต์ 1กข-6372 กรุงเทพมหานคร ชำระค่าเสียหายแก่ ข้าพเจ้าเพียง 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทถ้วน) ไม่เพียงพอต่อค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ได้สอบถามกับนายสุริยะ เยรัมย์ ก็นิ่งเฉย และติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ สอบถามไปยัง พ.ต.ต.กัมพล มิฆเนตร สว.สอบสวน สภ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ เพื่อให้เรียก นายสุริยะ เยรัมย์ มาพูดคุย เพื่อให้ชดใช้ค่าเสียหายที่เคยตกลงไว้ แต่ พ.ต.ต.กัมพล มิฆเนตร สว.สอบสวน สภ.พนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ แจ้งว่าไม่สามารถติดต่อให้นายสุริยะ เยรัมย์ มาชดใช้ให้ได้ และยังพูดอีกว่า คุณได้จากประกันภัยแล้วคุณจะเอาอะไรอีก จะเอาทุกทางเลยหรืออย่างไร และเหตุนี้พนักงานสอบสวนได้เปรียบเทียบปรับ นายบุญจันทร์ เยรัมย์ บิดาของ นายสุริยะ เยรัมย์ โดยที่นายบุญจันทร์ เยรัมย์ไม่ใช่คนขับรถ ขณะเกิดเหตุแต่อย่างใด หากข้าพเจ้าฟ้องร้องค่าเสียหายก็อาจแพ้คดีได้อย่างแน่นอน จึงเรียนมาเพื่อขอความเป็นธรรมและ ขอให้ดำเนินคคีกับนายสุริยะ เยรัมย์ จนถึงที่สุด ทั้งดำเนินการทางวินัยหรือทางอาญากับ พ.ต.ต.กัมพต มิฆเนตร เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างกับข้าราชการตำรวจคนอื่น และธำรงไว้ซึ่งเกียรติศักดิ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไปนายเพียร พูลเฉลียว (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า ตนเรียกร้องความเป็นธรรมอยากให้ผู้กระทำผิดมาชดใช้ค่าเสียหายให้กับตนในส่วนที่เขาจะต้องเสีย แต่เขาไม่กลับมารับผิดชอบ ทางด้านผู้เสียหายที่ตนพบนั้นไม่ใช่คนเดียวกันที่พบครั้งแรกในที่เกิดเหตุ คนละคนซึ่งตนมาดูที่หลังแล้ว น่าจะสลับคนขับเพราะไม่ใช่คนที่โทรศัพท์มาแจ้งตนคือนายสุริยะ เยรัมย์ แจ้งว่าเป็นคนขับชนบ้านตน พร้อมกับยังรับว่าเมาพึ่งมาจากงานเลี้ยงวันปีใหม่ แต่พอมาดูสำนวนที่หลังพบว่าเป็นนายบุญจันทร์ เยรัมย์ น่าจะเป็นพ่อของนายสุริยะ เยรัมย์ ซึ่งมันเป็นคนละคนกัน ที่เกิดเหตุมาตนไม่เคยได้คุยกับนายบุญจันทร์ฯ สักครั้งเลย พร้อมกันนี้นายบุญจันทร์ ไม่เคยมายุ่งเกี่ยวเลย จะมีแต่นายสุริยะ เยรัมย์ ที่คอยโทรศัพท์และจัดการทุกอย่าง ตนพึ่งมาร้องเรียนกับการมารับผิดชอบ คือร้องไปที่นายอำเภอพนมดงรัก, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุรินทร์, ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 3, และ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร้องไปเมื่อต้นเดือนตุลาคม ที่ตนต้องร้องเพราะรู้สึกว่าผู้ต้องหาคนละคนกัน คือต้องขอร้องรื้อคดีใหม่ ตนอยากฝากถึงผู้บังคับบัญชาหรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยตนด้านคดีด้วยและให้ความเป็นธรรมต่อตนด้วย ซึ่งตนดูแล้วมันไม่ถูกต้อง พร้อมกันนี้ตนขอฝากเรื่องสลับตัวหรือเปลี่ยนตัวผู้ต้องหาด้วยเพราะมันไม่ถูกต้อง ซึ่งตนดูแล้วมันผิดคนมันคนละคนที่เป็นคนขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าว โดยที่ พ.ต.ต.กัมพต มิฆเนตร ทำคดีแล้วไม่เคยสอบถามตนเลยว่าคนนั้นขับคนนี้ขับโดยตนไม่ได้รับรู้อะไรเลย ซึ่งผมไม่เคยรู้จักกับนายบุญจันทร์ว่าเป็นใคร แต่เป็นนายบุญจันทร์เป็นคนขับรถยนต์เก๋ง ทั้งๆ ที่นายสุริยะ เป็นคนโทรศัพท์ไปบอกตนเองว่าเป็นคนขับรถยนต์เก๋งแล้วยังบอกว่าเมาอีกด้วย

ล่าสุดวันนี้ทีมข่าวได้นำนายเพียร พูลเฉลียว(ผู้เสียหาย) เข้าพบพนักงานสอบสวนพร้อมกับลงบันทึกประจำวันไว้เรื่องนายเพียร พูลเฉลียว อายุ 47 ปี ที่อยู่ 33/1 ม.5 ต.โคกกลาง อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ได้มาติดต่อสอบถามความคืบหน้า กรณีตรวจสอบข้อเท็จจริง เรื่องร้องเรียน อุบัติเหตุรถยนต์ชนบ้านเช่าเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2564 ซึ่ง ภจว.สุรินทร์ ได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง ความละเอียดแจ้งอยู่แล้วนั้น พ.ต.ท.วีระชัย ประทุมชาติ รองผกก.(สอบสวน) ได้อธิบายให้ฟังว่า ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงไปยัง ผบก.ภจว.สุรินทร์ ในวันที่ 3 พ.ย. 2564 นี้ โดยเรื่องนี้เป็นอำนาจของ ผบก.กจว.สุรินทร์ พิจารณาสั่งการนายเพียร ทราบและเข้าใจดีแล้ว จึงบันทึกไว้หลักฐานต่อไป

ภาพ/ข่าว: ทีมข่าวเพจนิวส์บางกอก