คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อม พมจ.สุรินทร์ ลงพื้นที่หาทางช่วยเหลือปอ

42

กรณีที่อาจารย์พรอำไพ ยิ่งดี อาจารย์ที่ปรึกษา เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนเทนมีย์มิตรประชา ได้โพสต์ข้อความว่า ทุกปีที่ไปเยี่ยมบ้านนักเรียน จะเจอทุกปัญหา พยายามช่วยเหลือ แก้ไข เท่าที่จะทำได้ #แต่เคสนี้ถึงกับน้ำตาร่วง

ไม่คิดว่าจะรันทดยิ่งกว่าในละคร สภาพบ้านความเป็นอยู่ทำให้เราซึ่งเป็นครูที่ปรึกษาไปเยี่ยมบ้าน ถึงกับน้ำตาตก เพราะที่พักอาศัย ไม่รู้จะเรียกว่าบ้านหรืออะไรดี เป็นเพิงทำจากเศษไม้ และสังกะสีเก่าๆ ที่พอกันแดด แต่กันฝนไม่ได้ หลังคารั่ว เพราะถ้าฝนตกก็ไม่ต้องนอนกันเลยเปียกทั้งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน ใช้ตามที่มีอยู่และหามาได้ ต้องเดินจากตัวบ้านไปก่อไฟข้างนอก ถ้าฝนตกน้ำก็ท่วมขังใน บางวันต้องกางร่มจุดไฟเตาเพื่อทำกับข้าว สภาพห้องน้ำห้องส้วมไม่มีประตู ต้องใช้ผ้าห่มปิดแทน ไม่ปลอดภัย

สำหรับชีวิต ด.ญ. ปอ (นามสมมุต) ถือว่าลำบากมาก ตั้งแต่เกิดต้องสู้ชีวิตอยู่กับแม่กับพ่อเลี้ยง พ่อแท้ๆที่แยกกันอยู่ตายเมื่อต้นปี ด.ญ. ปอ. เป็นเด็กเรียนดี มีความประพฤติเรียบร้อย กตัญญู ขยันทำงาน ดูแลน้อง 1 คน ซึ่งเป็นน้องต่างพ่อ บอกจริงๆ แทบรับไม่ได้ ไม่คิดว่าจะอยู่ในสภาพแบบนี้ ทำให้ห่วงคุณภาพชีวิต ความปลอดภัย เพราะ ปอเป็นผู้หญิง และกำลังโตเป็นวัยรุ่น วอนพี่ๆน้องๆ ผู้ใจบุญ ผู้ใหญ่ใจดี ช่วยเมตตาช่วยบริจาคเสื้อผ้าที่ไม่ได้ใช้ ผ้าห่ม ข้าวสาร อาหารแห้ง ขนม ให้หน่อยนะคะ (ส่วนเรื่องทุนการศึกษาและปัจจัยนักเรียนยากจนครูกำลังจะแจ้งให้โรงเรียนดำเนินการอยู่ค่ะ)ล่าสุดวันที่ 1 มิ.ย.2565 นายวิภูษิต มีสิทธิ์ (ทนายเบิร์ด) คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ น.ส.พัทธิอร กาฬสุวรรณ พัฒนาสังคมจังหวัดสุรินทร์ และนายสุพล สุตเขตต์ บ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 49 หมู่1 บ้านตาอ็อง ต.ตาอ็อง อ.เมือง จ.สุรินทร์ ได้พบกับครอบครัวเด็กหญิง ปอ อายุ15 ปี อยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่ง ต.เทนมีย์ อ.เมือง จ.สุรินทร์ ขณะที่ไปถึงบ้านของเด็กหญิง ปอได้สังเกตเห็นสภาพบ้านความเป็นอยู่ เป็นเพียงเพิงทำจากเศษไม้ และสังกะสีเก่าๆ ที่เป็นรูที่พอกันแดด แต่กันฝนไม่ได้ และหลังคารั่ว เพราะถ้าฝนตกก็ไม่ต้องนอนกันเลยเปียกทั้งบ้าน ส่วนเครื่องใช้ในครัวเรือน ใช้ตามที่มีอยู่และหามาได้ ต้องเดินจากตัวบ้านไปก่อไฟข้างนอก ถ้าฝนตกน้ำก็ท่วมขังใน บางวันต้องกางร่มจุดไฟเตาเพื่อทำกับข้าว สภาพห้องน้ำห้องส้วมไม่มีประตู ต้องใช้ผ้าห่มปิดแทน ไม่ปลอดภัย สำหรับเด็กหญิง ปอ ถือว่าลำบากมาก ตั้งแต่เกิดต้องสู้ชีวิตอยู่กับแม่กับพ่อเลี้ยง พ่อแท้ๆที่แยกกันอยู่ตายเมื่อต้นปี ปอเป็นเด็กดี มีความประพฤติเรียบร้อย กตัญญู ขยันทำงาน ดูแลน้อง 1 คน ซึ่งเป็นน้องต่างพ่อ

จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้มอบถุงยังชีพให้กับเด็กหญิง ปอ และครอบครัวพร้อมทั้งเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งได้พูดคุยในเรื่องการสร้างที่อยู่อาศัยให้กับครอบครัวของเด็กหญิง ปอ ส่วนเรื่องการเรียนนั้นทางพัฒนาสังคมจังหวัดสุรินทร์ ขอปรึกษาหารือหาทางช่วยเหลือในด้านการเรียนว่าจะให้ เด็กหญิง ปอนั้นไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำอีกด้วย

นายไทย อายุ 43 ปี (พ่อเลี้ยงของเด็กหญิงปอ) กล่าวว่า ตนนั้นใช้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากมาก ลูกไปโรงเรียนก็ลำบาก การกินก็ลำบาก ตนนั้นมีลูก 2 คน ลูกติดภรรยาคนหนึ่ง(น้องปอ) และลูกตนคนหนึ่ง อายุ 5 ปีเป็นลูกผู้หญิงทั้ง 2 คน ซึ่งตนอยู่บ้านหลังนี้ทั้งหมด 4 คน ช่วงเวลาฝนตกก็จะเข้าไปหลบอยู่อีกหลังหนึ่งเล็ก ๆ ซึ่งหลังนี้อยู่ไม่ได้ โดยตนนั้นมีอาชีพทำงานและเล่นดนตรีตามห้องอาหารพอมาเจอช่วงโควิด ตนนั้นก็ว่างงานมาตลอดซึ่งแต่ก่อนตนเล่นทุกวันมีเงินตรงนี้ได้เลี้ยงลูก วันนี้ได้มีหน่วยงานและภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือตนรู้สึกดีใจมากจนตนอยากน้ำตาไหล

นางอ้น (แม่ของน้องปอ) อายุ 35 ปี กล่าวว่า ตนนั้นไม่ได้ทำงานอะไรอยู่ที่บ้านดูแลลูก เรื่องสุภาพตนนั้นอ่อนแอทำงานไม่ได้เพราะมีโรคประจำตัวนายวิภูษิต มีสิทธิ์ (ทนายเบิร์ด) คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าว่า ตนได้รับแจ้งจากอาจารย์พรอำไพ ยิ่งดี อาจารย์ที่ปรึกษา เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่โรงเรียนเทนมีย์มิตรประชา มีครอบครัวของน้องปอ ได้รับความลำบากในเรื่องที่อยู่อาศัย และก็ฐานะยากจน รวมถึงคุณแม่ที่มีปัญาหาด้านสุภาพจิต ตนในฐานะที่เป็นคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงได้ประสานไปยังกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ทางกระทรวงฯได้แจ้งว่าให้ประสานมาที่ พมจ.สุรินทร์ ให้มาดูแล จึงได้ร่วมมือกับ พมจ.สุรินทร์ มาดูความเป็นอยู่ของครอบครัวน้องปอ วันนี้ก็ในส่วนของภาครัฐเข้ามาดูแลก็จะมีทั้ง พมจ.สุรินทร์, ผู้นำท้องถิ่น, อบต.ตาอ็อง, และภาคประชาชนในนามทีมทนายเบิร์ด อาสาช่วยพี่น้องชาวสุรินทร์ได้นำเงินมาบริจาคให้เบื้องต้น 3,500 บาท และน้ำดื่ม 12 แพ็ค พร้อมกับได้มีการพูดคุยกับทางฝั่งเจ้าหน้าที่ พมจ.สุรินทร์ เราทำโครงการตรงกันว่า อยากจะช่วยครอบครัวนี้ในเบื้องต้นก็คือเรื่องที่อยู่อาศัย จากที่เห็นที่อยู่อาศัยค่อนข้างไม่ปลอดภัยสำหรับเด็กผู้หญิง 2 คน ทั้งนี้การจะสร้างบ้านที่อยู่อาศัยก็ต้องประชุมปรึกษาหารือในหลายภาคส่วนต่อไป

น.ส.พัทธิอร กาฬสุวรรณ พัฒนาสังคมจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ตามที่ทางทนายเบิร์ด ได้ประสานมาทางาสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.สุรินทร์ โดยมาดูด้วยกันพร้อมทั้งบูรณาการด้วยกันเพื่อช่วยเหลือในเรื่องของค่าใช้จ่ายในการศึกษาและเรื่องของทุนที่จะประกอบอาชีพ ซึ่งการช่วยเหลือครั้งนี้อยากให้เกิดความยั่งยืนกับการที่เขาจะดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวเขาเองด้วย ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการพูดคุยกันอยู่เสมอ มีอีกแผนหนึ่งคิดว่าจะให้น้องไปเรียนอยู่ที่โรงเรียนประจำ เพราะเท่าที่ฟังเรื่องผลการเรียนเขาดี แต่ทั้งนี้ต้องให้เด็กเป็นคนตัดสินใจเองพร้อมกับต้องถามพ่อกับแม่ของน้องเขาด้วย

ภาพ/ข่าว: รมิตา สิงหเสรี…ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์