กทม.กลับมาบริหารตลาดนักจตุจักรดีหรือแย่ลง!

53

การบริหารตลาดนักสวนจตุจักร เป็นปัญหามาหลายปี หลังจากการการรถไฟดึงกลับไปบริหารเอง การกลับมาให้กทม. บริหารจัดการอีกครั้ง จะสร้างความโปร่งใส ได้มากน้อยเพียงใด

ตลาดนัดสวนจตุจักร เกิดตั้งแต่สมัย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตอนนั้นมีการย้ายบรรดาแผงหนังสือที่ขายอยู่ลบริเวณท้องสนามหลวงมาอยู่ที่สวนจตุจักร เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพของสนามหลวงให้สวยงาม เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ไม่ใช่รกเรื้อ วุ่นวาย

ตอนที่มีการย้ายมาตลาดนัดสวนจตุจักร บรรดาผู้ค้าคัดค้านกันมาก ไม่ยอมย้ายออก เนื่องจากในเวลานั้น ตลาดจตุจักร อยู่ค่อนข้างห่างไกล ผู้คนยังไม่คุ้นเคยมากนัก ซึ่งไม่มีแต่แผงหนังสือ แต่ตลาดจตุจักรยังมีสินค้าชาวบ้าน ต้นไม้ มาวางขายด้วย ส่งผลให้ตลาดติดอย่างรวดเร็ว ผู้ค้าที่เคยคัดค้านก็ยิ้มไปตามกัน จากแผงค้าที่ไม่ค่อยมีราคา มีการเซ้งแผงกันหลายแสน จนเข้าสู่หลักล้าน แม้จะขายเพียงวันเสาร์-อาทิตย์ก็ตาม

ตลาดนัดจตุจักร แม้ว่า จะกำหนดขายสินค้าทั่วไปวันเสาร์-อาทิตย์ แต่ระหว่างสัปดาห์ ก็มีตลาดเกิดขึ้นเกือบทุกวัน วันพุธ-พฤหัสบดี เป็นตลาดต้นไม้ ที่คนทำธุรกิจต้นไม้จะมาซื้อขายกันตลอด 2 วัน วันศุกร์ จะเป็นตลาดขายส่งพวกเซรามิกและเบ็ดเตล็ด จนวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะเป็นสินค้าทั่วไป ประชาชนจะนิยมมาเดินซื้อกันมาก แม้ว่า ระยะห้างเกิดขึ้นเยอะมีแอร์เย็นฉ่ำ ตลาดนัดจตุจักร อาจจะคลายความนิยมลงไปบ้าง แต่เสน่ห์ตลาดจตุจักร ก็ยังไม่เสื่อมคลาย

ตลาดนัดจตุจักร พื้นที่ตั้งของตลาดเป็นของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยกทม.ไปเช่า และให้ผู้ค้าเช่าต่อ ระยะเวลา 30 ปี เมื่อหมดสัญญาเช่า เมื่อ4-5 ปีที่ผ่านมา การรถไฟฯ ไม่ให้เช่าต่อ นำตลาดไปบริหารเอง กลายเป็นปัญหา เพราะรู้กันอยู่ว่า การรถไฟฯ ไม่มีประสิทธิภาพในการบริหารเพียงพอ แถมมีปัญหาใต๊ะบนโต๊ะวุ่นวาย กลายเป็นปัญหาจนผู้ค่าออกมาประท้วงอยู่นานหลายเดือน เรียกร้องให้กรุงเทพมหานครกลับมาบริหารเหมือนเดิม

ล่าสุด เมื่อ 12 กันยาน ที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 ครั้งที่ 8/2561 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน ได้พิจารณา การแก้ไขปัญหาตลาดนัดจตุจักร ระหว่าง 3 ฝ่าย คือ การรถไฟแห่งประเทศไทย กทม. และผู้ค้า ได้ข้อสรุปว่าให้ กทม. กลับมาบริหารจัดการตลาดนัดจตุจักรดังเดิม ทั้งเรื่องของการบริหารจัดการภาพรวม การเก็บขยะ และการเก็บค่าเช่า เนื่องจากเป็นองค์กรท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญการจัดการตลาดนัด

ส่วนการรถไฟฯ จะยังได้รับประโยชน์ค่าเช่าที่ดินจาก กทม. และยังได้พนักงานกลับไปปฏิบัติงานตามเดิม สามารถแก้ไขปัญหาพนักงานขาดแคลนได้

ผู้ค้าจะได้รับประโยชน์เรื่องค่าเช่าจากเดิมที่จ่ายให้การรถไฟฯ 3,157 บาทต่อเดือน แต่ถ้า กทม. เข้ามาบริหารจัดการค่าเช่าจะลดลงเหลือ 1,800 บาท ซึ่งพล.อ ประวิตร ได้สั่งการให้ช่วยกันเจรจาตกลงว่าค่าเช่าจะสามารถลดลงได้อีกหรือไม่ เท่าที่จะทำได้ โดยทุกฝ่ายยังได้ผลประโยชน์เหมือนเดิม

การเข้ามาบริหารตลาดจตุจักรของกทม. เมื่อเทียบกับการรถไฟฯ มีประสิทธิภาพมากกว่า และผู้ค้าพอใจมากกว่า รอดูกันต่อว่า จะทำให้ตลาดแห่งนี้กลับมาเป็นที่นิยมได้เพียงใด