“บิ๊กตู่”ประทับใจ ครม.สัญจร เตือนสติคนไทย คิดต่างได้ แต่ต้องไม่แตกแยก

6

สรุปข่าวเด่น นายกรัฐมนตรี ประทับใจการลงพื้นที่ ครม.สัญจร จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เลย เผยพื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นที่ตั้งของพรรคคอมมิวนิสต์ แต่ปัจจุบันมีการพัฒนาที่หลากหลายมิติ พร้อมเตือนสติ คนไทยคิดต่างได้ แต่ต้องไม่แตกแยก

นายกฯเตือนสติคนไทย คิดต่างได้แต้ต้องไม่แตกแยก

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ“ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน”ตอนหนึ่งว่า ตนและคณะรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่พบพี่น้องประชาชน และข้าราชการในพื้นที่ ณ จังหวัดเลยและเพชรบูรณ์ สิ่งที่ประทับใจอย่างมาก และขอชื่นชม คือความเข้มแข็ง ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของชุมชน ในการที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตนให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม ได้เห็นตัวอย่างของการพัฒนาในหลากหลายมิติ เดิมเคยเป็นพื้นที่ที่เป็นฐานที่มั่นสำคัญของกองกำลังพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ที่ต่อสู้กับอำนาจรัฐมาอย่างยาวนานนับสิบปี ในช่วงเวลานั้นมีความต่างทางความคิดในพื้นที่สูง จนนำไปสู่การต่อสู้ทางอุดมการณ์-ความเชื่อและรุนแรงขึ้น ถึงขั้นมีการสูญเสียในที่สุด

“แต่ปัจจุบันเหตุการณ์ทั้งหมดเหล่านั้น ได้กลายเป็นประวัติศาสตร์ไปแล้วและเป็นสิ่งคอยเตือนใจให้เราเรียนรู้ว่า ความแตกต่างไม่จำเป็นต้องนำไปสู่ความแตกแยกเสมอไป หากเรารู้จักเรียนรู้ เข้าใจ บริหารจัดการและพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม สามารถพึ่งพาอาศัยกันและกัน อีกทั้งไม่ปล่อยให้ใครรู้สึกว่าถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง”

นายกฯ ย้ำอีกว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตนได้เห็นตัวอย่างของการพัฒนาในหลากหลายมิติ ที่ไม่ได้แค่เข้ามาลบร่องรอยแห่งความขัดแย้งได้อย่างสมบูรณ์ แต่ยังสร้างความเจริญ ไม่ว่าจะเป็นความเข้มแข็งความสามัคคีของชุมชน ความหลากหลายชาติพันธุ์ในจังหวัดเลย ที่ต่างอาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างผสานกลมกลืน จนเป็นสังคมสมานไมตรีทุกคนในพื้นที่ยิ้มแย้มแจ่มใส มีความคิดด้านบวก

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ระเบียบเลือกสมาชิกวุฒิสภา
เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2561 และประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวข้อง โดยกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการคัดเลือก เริ่มตั้งแต่ที่มาของ ส.ว.มาจากยื่นสมัครด้วยตนเอง ต้องมีคุณสมบัติตามที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กำหนด และได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรวิชาชีพใน 10 กลุ่ม โดยองค์กรที่มีสิทธิ์เสนอชื่อมี 2 ประเภท คือ 1 องค์กรที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ 2.องค์กรนิติบุคคลที่ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 3 ปี ให้มีผลบังคับใช้ภายใน 20 วัน กกต.จะประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กร กำหนดสถานที่ เอกสาร หลักฐานที่จะใช้ในการยื่นคำขอลงทะเบียนขององค์กร สามารถเลือกลงทะเบียนได้เพียงกลุ่มเดียว จากที่กฎหมายกำหนดไว้ 10 กลุ่มอาชีพ

กกต.จะประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัครภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก ส.ว.มีผลใช้บังคับ จากนั้นจะเริ่มรับสมัครภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก ส.ว.มีผลใช้บังคับ ระยะเวลาการรับสมัคร 5-7 วัน ส่วนการสรรหาคณะกรรมการระดับอำเภอจะมีนายอำเภอเป็นประธาน ระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ ปลัด กทม. เป็นประธาน ส่วนระดับประเทศ เป็นหน้าที่ของ กกต. โดยประธาน กกต.เป็นประธาน และ กกต. เป็นกรรมการ

การเลือกในระดับอำเภอจะใช้เวลาไม่เกิน 20 วัน หลังเสร็จสิ้นการสมัคร ส่วนการเลือกระดับจังหวัดจะดำเนินการภายใน 7 วัน หลังการเลือกระดับอำเภอ ส่วนระดับประเทศไม่เกิน 10 วัน นับแต่วันเลือกในระดับจังหวัด จากนั้น กกต.จะแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจำนวน 200 คน จาก 2 สาย ให้ คสช.คัดเลือกเป็น ส.ว. จำนวน 200 คน เพื่อให้เลือกเป็น ส.ว. 50 คน และสำรองไว้อีก 50 คน

ภท.หนุน “อนุทิน”เป็นหัวหน้า ส่งชิงนายกฯชื่อเดียวไร้คู่เทียบ
นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการประชุมพรรคที่จะมีขึ้นในวันที่ 24 กันยายน และ 2 ตุลาคม นี้ ว่า เป็นการประชุมเพื่อแก้ไขข้อบังคับพรรคและตั้งกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งพรรคยังเสนอชื่อของนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงการเสนอชื่อนายอนุทิน สู่บัญชีรายชื่อนายกฯของพรรค แนวโน้มเพียงชื่อเดียวจาก3รายชื่อเพื่อเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งสมาชิกพรรคล้วนให้ความเชื่อมั่นว่านายอนุทิน จะนำพรรคไปสู่ความสำเร็จได้ เพราะรู้จักปัญหาประเทศ เป็นนักบริหาร และมีความตั้งใจดี
นายศุภชัย เปิดเผยถึงแนวคิดในการพัฒนาประเทศของพรรคภูมิใจไทย ว่า เท่าที่ทราบจะเป็นการนำแนวคิดของนายอนุทิน มาต่อยอด บวกกับการพัฒนานโยบายเดิมที่พรรคเคยนำเสนอมาในการเลือกตั้งก่อนหน้า อาทิ เรื่องแก้ปัญหา กยศ. และปรับแก้กฎหมายให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตของประชาชน โดยระหว่างนี้ ทางสมาชิกของพรรคกำลังหารือกับทีมนักวิชาการ และทีมยุทธศาสตร์เพื่อหานโยบายที่ดีที่สุดมานำเสนอแก่ประชาชนในเวลาที่เหมาะสม
“การแก้ไขปัญหาหนี้กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.พรรคเคยนำเสนอมาแล้วตั้งแต่ปี 2557 แต่ถึงวันนี้ ยังไม่มีการแก้ไข และกลายมาเป็นปัญหาสังคม เพราะผู้กู้จำนวนมากต้องจ่ายหนี้ จ่ายเบี้ยปรับ จนไม่สามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้ บางรายกลายเป็นคนมีคดีติดตัว ถูกคัดแยกออกไปจากสังคม ทางพรรคให้ความสนใจกับปัญหาดังกล่าว และกำลังหาแนวทางช่วยเหลือที่ไม่กระทบสภาวะการคลัง พร้อมไปกับการตีกรอบให้ กยศ. ยังมีสภาพเป็นบริการสาธารณะ”

ร้องกกต.สอบ”บิ๊กตู่”แจงปมปูดข่าว”บัตรเสีย-โหวตโน”
นายศรีสุวรรณ จรรยา อุปนายก และ เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เดินทางมายื่นหนังสือถึงประธานกรรมการการเลือกตั้ง ผ่าน น.ส.จินตนา ศรีนุกูล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการ ผอ.สำนักกิจการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้ กกต.สืบสวนและไต่สวนกรณีที่ พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช.กล่าวมีข่าวในลักษณะทำนองเชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้งในรูปแบบแปลกๆ เช่น ไปทำให้บัตรเสียโดยวิธีที่แนบเนียนให้มากที่สุด หรือ แม้แต่การกาบัตรในสิ่งที่ไม่เลือกใครเลย

สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทยเห็นว่าการเผยแพร่ข่าวดังกล่าวเป็นการสร้างความสับสนให้เกิดบรรยากาศที่ไม่ดีต่อกระบวนการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย หากปล่อยเลยตามเลยไปก็อาจจะเป็นช่องทางที่ทำให้มีการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งและกฎหมายรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 49 ได้ เพื่อความกระจ่างและระงับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องเชิญ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.ท.สรรเสริญ มาชี้แจง โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 วรรคสอง ประกอบมาตรา 41 ให้ถือเป็นหน้าที่และอำนาจของคณะกรรมการที่จะต้องดำเนินการสอดส่อง สืบสวน หรือไต่สวน

ตลาดหุ้นไทยปิดบวก 4.01จุด มูลค่าซื้อขาย 78,592.62ล้านบาท
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดการซื้อขายวันที่ 21ก.ย.61 ดัชนีปิดระดับ 1,756.12 จุด บวก 4.01จุด มูลค่าการซื้อขาย 78,592.62ล้านบาท โดย5 อันดับหลักทรัพย์ มูลค่าสูงสุดดังนี้
1.PTTมูลค่าการซื้อขาย5,500,168.82 ล้านบาทปิดที่53.75 บาท เปลี่ยนแปลง+0.25 (+0.47%)
2.CPALLมูลค่าการซื้อขาย 4,940,241.28 ล้านบาท ปิดที่69.50 บาท เปลี่ยนแปลง-1.00 (-1.42%)
3.AOTมูลค่าการซื้อขาย 3,740,037.58 ล้านบาท ปิดที่ 66.50 บาท เปลี่ยนแปลง +0.25 (+0.38%)
4.SCBมูลค่าการซื้อขาย 1,876,312.25 ล้านบาท ปิดที่ 149.00 บาท เปลี่ยนแปลง-0.50 (-0.33%)
5.PTTGCมูลค่าการซื้อขาย 1,852,078.25 ล้านบาท ปิดที่ 81.25 บาท เปลี่ยนแปลง- (-)