โลกสูญเสีย ‘โคฟี่ อันนัน’ อดีตเลขาธิการยูเอ็น ผู้อุทิศตนเพื่อสันติภาพ

9

โคฟี่ อันนัน อดีตเลขาธิการยูเอ็น ได้เสียชีวิตในวัย 80 ปี ที่สวิตเซอร์แลนด์ จากอาการป่วย สูญสิ้นบุคคลผู้ด้านสันติภาพ 

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นายโคฟี อันนัน อดีตเลขาธิการสหประชาชาติ(ยูเอ็น) และเจ้าของรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ จากการทำงานด้านมนุษยธรรม ได้ถึงแก่อสัญกรรมแล้ว ด้วยวัย 80 ปี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 18 ส.ค.61 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังมีอาการป่วยได้เพียงไม่นานนัก

โคฟี อันนัน (Kofi Annan) เกิดเมื่อวันที่ 8 เมษายน ค.ศ.1938 เมืองกุมาซี (Kumasi) ในเขตอาณานิคมโกลด์โคสของอังกฤษ (Gold Coast) ซึ่งคือประเทศกานา ทวีปแอฟริกาในปัจจุบัน นายอันนันเป็นบุตรคนที่ 4 ในครอบครัวที่มีการศึกษาดี สามารถสื่อสารได้ทั้งภาษาอังกฤษ ฝรั่งเศส รวมไปถึงภาษาท้องถิ่นแอฟริกา

เขาเข้ารับการศึกษาที่ University of Science and Technology เมืองกุมาซี และสำเร็จการศึกษาสาขาเศรษฐศาสตร์จาก Macalester College เมืองเซนต์ปอล (St. Paul) มลรัฐมินเนโซตา ประเทศสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1961 จากนั้น เขาได้ศึกษาต่อในระหว่างปี ค.ศ. 1961 – 1962 ในระดับ Graduate Studies สาขาเศรษฐศาสตร์ที่ Institute of International Affairs เมืองเจนีวา (Geneva) สมาพันธรัฐสวิส และสำเร็จปริญญาโทสาขาการบริหาร (Master of Science degree in management) จากสถาบัน Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT เมื่อปี ค.ศ. 1972 นายอันนันสมรสกับนาง Nane และมีบุตรรวม 3 คน

ในปี ค.ศ. 1962 นายอันนันเริ่มมีบทบาทในแวดวงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและกิจการสหประชาชาติ โดยเข้าทำงานด้านงานบริหารและงานงบประมาณขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization: WHO) จากนั้นได้ร่วมงานในคณะ Economic Commission for Africa in Addis Ababa สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (United Nations High Commissioner for Refugees: UNHCR) เมืองเนจีวา จากนั้นได้ดำรงตำแหน่งระดับสูง
หลากหลายตำแหน่งที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รวมถึงกิจการด้านทรัพยากรมนุษย์ (ระหว่างปี ค.ศ. 1987-1990) งานงบประมาณและการเงิน (ระหว่างปี ค.ศ. 1990-1992) และงานด้านการรักษาสันติภาพ Peacekeeping (ระหว่างมีนาคม ค.ศ. 1992 – ธันวาคม ค.ศ. 1996)

ผลงานอันมีชื่อเสียงของเขาในช่วงเวลาดังกล่าว อาทิ การปฏิบัติงานรักษาสันติภาพในตำแหน่ง Under-Secretary-General ซึ่งดูแลเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่พลเรือนมากกว่า 70,000 คนที่ปฏิบัติงานสหประชาชาติอยู่ทั่วโลก และดำรงตำแหน่งผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติ (Special Representative of Secretary General) เพื่อดูแลยูโกสลาเวีย ในระหว่างปี ค.ศ. 1995 – 1996 และการดูแลส่งคณะเจ้าหน้าที่สหประชาชาติมากกว่า 900 คน กลับจากอิรักจากกรณีความขัดแย้งระหว่างอิรักและคูเวต

กระทั่งเดือนธันวาคม ค.ศ. 1996 คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council: UNSC) จึงได้เสนอชื่อนายโคฟี อันนัน และได้รับการรับรองจากสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly: UNGA) ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ซึ่งเป็นลำดับที่ 7 โดยเริ่มดำรงตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1997 ทั้งนี้ นายอันนันในฐานะเลขาธิการสหประชาชาติได้แสดงบทบาทสำคัญหลายด้าน อาทิ การมุ่งมั่นปฏิรูปองค์การสหประชาชาติให้มีประสิทธิภาพ การผลักดันเรื่องสิทธิมนุษยชน การตั้งเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDG) และความอุตสาหะในการนำสหประชาชาติให้ใกล้ชิดกับภาคประชาสังคมมากยิ่งขึ้น

ด้านการรักษาสันติภาพ นายโคฟี อันนัน ได้มีบทบาทเป็นสื่อกลางในการไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทระหว่างประเทศ (Good Office) ทั้งกรณีอิรัก ปี ค.ศ. 1998 กรณีไนจีเรีย ปี ค.ศ. 1999 กรณีอิสราเอล – เลบานอน ปี ค.ศ. 2000 รวมไปถึงการรักษาสันติภาพในลิเบียและติมอร์ตะวันออก ส่งผลให้องค์การสหประชาชาติมีบทบาทเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในการสร้างสันติภาพให้แก่โลก

จากผลงานด้านสันติภาพอันเป็นที่ประจักษ์ ส่งผลให้ในปี ค.ศ. 2001 คณะกรรมการรางวัลโนเบลมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่นายโคฟี อันนัน และองค์การสหประชาชาติในฐานะที่ทุ่มเทการทำงานเพื่อสันติภาพและการยกระดับองค์การสหประชาชาติ และในปีถัดมา รัฐสมาชิกสหประชาชาติได้มีมติให้นายโคฟี อันนัน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการฯ ต่อเป็นสมัยที่ 2 โดยเริ่มในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2002 ซึ่งนายอันนันยังคงเดินหน้าเสริมสร้างสันติภาพและมนุษยธรรมในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องจวบจนครบวาระในปี ค.ศ. 2006

งานสุดท้ายของโคฟี่ อันนัน คือ การเข้ามาสืบสวนสอบสวนเหตุการณ์ความรุนแรงในรัฐยะไข่ประเทศเมียนมา

สำหรับ โคฟี อันนัน เป็นอดีตเลขาธิการองค์การสหประชาชาติ คนที่ 7 โดยรับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1997 และหมดวาระเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม ค.ศ.2006 โดยเขาก้าวขึ้นมาจากเจ้าหน้าที่ในสหประชาชาติ ก่อนที่จะได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติในเวลาต่อมา

ขอขอบคุณข้อมูล : sameaf.mfa.go.th