กกต.กร้าว! เตือน 2 พรรคการเมือง แจก”ข้าวสาร-เสื้อผ้า” ส่อ “ยุบพรรค”

55

กกต. จัดประชุม ติวเข้ม 8 พรรคการเมืองใหม่ กำชับ การจัดประชุมใหญ่ และ จัดหาสมาชิก ต้องไม่ให้ขัดคำสั่ง คสช. พร้อมไฟเขียว ระดมทุน การเลือกตั้ง ด้วยการขายของที่ระลึกได้ แต่ห้ามจัดทอล์กโชว์ ประกาศ กร้าว เตือน 2 พรรค เข้าข่ายถูกยุบ พบ แจก ข้าวสาร และ เสื้อผ้า จูงใจประชาชน

วานนี้(2พ.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการ กกต.จัดประชุมชี้แจงการดำเนินกิจกรรมให้แก่พรรคการเมืองจัดตั้งใหม่ แบ่งเป็นช่วงเช้าพรรคสยามพัฒนา พรรคพลังไทยรักไทย พรรคพลังชาติไทย และพรรคประชาชาติและช่วงบ่าย พรรคไทยธรรม พรรคเพื่อคนไทย พรรคพลัง ปวงชนไทย พรรคพลังรวมประชาชาติไทย

โดย นายแสวง ชี้แจงว่า เมื่อพรรคได้รับการจดทะเบียน เป็นพรรคการเมืองแล้ว ให้รับสมัครสมาชิกได้ทันที โดยผู้ร่วมจัดตั้ง พรรค 500 คน จะถือว่ามีสมาชิกภาพเป็นสมาชิกพรรค พร้อมแนะนำให้แต่ละพรรคเผื่อจำนวนการจัดหาสมาชิก ป้องกันกรณี ซ้ำซ้อนกับพรรคอื่น อาจมีผลให้เสียต่อทั้ง 2 พรรค ถูกตีความว่า หาสมาชิก โดยชอบหรือไม่ และ ขณะนี้คำสั่ง คสช.ฉบับที่ 13 ยังมี ผลบังคับใช้ ดังนั้น ก่อนที่จะดำเนินกิจการใดๆ ต้องแจ้ง กกต.ก่อน5 วัน เช่น การประชุมเลือกกรรมการบริหารพรรคจะต้อง การปรับปรุงแก้ไขข้อบังคับพรรค

ส่วนกรณี รับบริจาค กฎหมายกำหนดห้ามบริจาคเกิน 10 ล้านบาทต่อรายต่อปี ขณะนี้รับบริจาคได้ เฉพาะกรรมการบริหารพรรคเท่านั้น หาก ต้องการรับบริจาคจากบุคคลภายนอก สามารถ ใช้คำสั่ง คสช.ที่ 53 ข้อ 4 ขออนุญาตได้ เช่น ขายสินค้าที่ระลึกระดมทุน ส่วนการระดมทุนในรูปแบบจัดทอล์กโชว์ ขายโต๊ะ ยังทำไม่ได้ เพราะอาจกระทบต่อความสงบเรียบร้อย

นอกจากนี้ นายแสวง ยังกล่าวอย่างจริงจัง ระบุว่า การหาสมาชิกพรรคต้องให้ประชาชนสมัครใจ ไม่ใช่ไปให้ประโยชน์เพื่อจูงใจ โดยขณะนี้ มีการรายงานเข้ามาเกือบทุกที่ ทั้งการ แจกเสื้อผ้า แจกข้าวสาร ซึ่งอาจคิดว่ากฎหมายเลือกตั้งยังไม่มี ผลบังคับใช้ แต่อย่าลืมว่าพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยพรรค การเมืองบังคับใช้แล้ว แม้ยังไม่เป็นพรรค แต่ถ้าให้ประโยชน์จูงใจเพื่อเข้าเป็นสมาชิกมีโทษถึงยุบพรรค ขณะนี้ได้แจ้งเตือนไปยัง 2 พรรคการเมืองดังกล่าว ว่า ระวังจะถูกยุบพรรค

นอกจากนี้ หากพรรคยังตั้งสาขาไม่ทันเพราะมีความยุ่งยาก และต้องหาสมาชิกให้ได้ไม่น้อยกว่า 500 คน สามารถใช้วิธีตั้งตัวแทนพรรคประจำ จังหวัด ซึ่งจะต้องหาสมาชิกที่มีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้งจังหวัดละไม่น้อยกว่า 101 คน ขึ้นไป ให้ความเห็นในการส่งผู้สมัคร รับเลือกตั้งได้ทุกเขตเลือกตั้งของจังหวัดนั้นๆ แต่ควรหาเผื่อไว้ให้มาก เพราะขณะนี้ทุกพรรค ต่างแข่งกันหาสมาชิก จึงอาจเกิด ปัญหาการเป็นสมาชิกซ้ำซ้อน ซึ่งถ้าตรวจสอบ พบจะทำให้ไม่สามารถทำหน้าที่ได้ ดังนั้นถ้าพรรคจะส่งผู้สมัคร 350 เขต ต้องหาสมาชิกมีภูมิลำเนาในเขตเลือกตั้ง จังหวัดละ 101 คน เพื่อตั้งตัวแทนพรรคประจำจังหวัดใน77 จังหวัด รวมแล้วควรมีสมาชิกเบื้องต้นไม่น้อยกว่า 8,000 คน