แฉตัวการทุจริต“จำนำข้าว” ระวัง !!! การเมืองพลิก “เพื่อไทย”ระส่ำหนัก

77

กลับมาเป็นตัวละคร ที่อยู่ในกระแสแวดวงของข่าวอีกครั้งหนึ่ง    สำหรับนัการเมืองชื่อ “บุญทรง  เตริยาภิรมย์”  อดีตรมว.พาณิชย์   แกนนำคนสำคัญของพรรคเพื่อไทย

หลังจากถูกศาลฎีกาแผนกคีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตัดสินจำคุกเป็นเวลา  42 ปี   จากนโยบายรับจำนำข้าวในข้อหาทุจริต  โครงการระบายข้าวรัฐต่อรัฐ (จีทูจี )   เนื่องจากมีตำแหน่งเป็นประธานอนุกรรมการ พิจารณาระบายข้าว 42 ปี

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา มีข่าวโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ เตรียมนำตัวอดีต รมว.พาณิชย์ ซึ่งมีอายุ  58 ปี ผู้ต้องขังตามคำพิพากษาในคดีทุจริตจีทูจีเก๊  เข้ารับการรักษาผ่าตัดจากอาการป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังอักเสบ ที่โรงพยาบาลตำรวจอย่างไรก็ตามที่ผ่านมา นายบุญทรงได้เดินทางมาตรวจร่างกายอยู่เป็นประจำอยู่แล้ว เพราะมีอาการปวดหลัง และจากการเอ็กเรย์ของแพทย์อย่างละเอียดพบว่า กระดูกต้นคอเสื่อม จำเป็นต้องผ่าตัด

แต่การจะผ่าตัดวันไหนยังไม่มีรายงานระบุ เนื่องจากนายบุญทรงต้องพบแพทย์เฉพาะทาง ทั้งโรคหัวใจ โรคกระดูกและอีกหลายส่วน  อีกทั้งนายบุญทรง มีอายุมาก การรักษาต้องวินิจฉัยอย่างละเอียด หากโรงพยาบาลกรมราชทัณฑ์ ส่งตัวมารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ จะต้องแอดมิทเลยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับแพทย์ของโรงพยาบาลเป็นผู้วินิจฉัยอีกเช่นเดียวกัน

ถ้าหากใครยังจำได้  เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง” ทนายความของน.ส.ยิ่งลักษณ์   ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่า   ขอเรียกร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช. ) ชุดใหญ่ อย่าตกเป็นเครื่องมือหรือยอมให้ถูกใช้ เพื่อเป็นวาระทางการเมืองก่อนการเลือกตั้ง

ด้วยเมื่อสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม .ค. 2561 ที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่า กรรมการ ป.ป.ช. รายหนึ่งที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ เคยระบุว่ามีอคติต่อตนมาตลอด ได้มีความพยายามที่จะในนำคดีระบายข้าว (จีทูจี) โดยนำสัญญาระบายข้าวที่เหลือ มาดำเนินคดีใหม่อีกเป็นครั้งที่ 2

แต่กลับมีการกล่าวหาบุคคลเพิ่มเติมนอกเหนือจากคำพิพากษาของศาลฎีกา ฯโดยให้จำเลยหลายรายในเรือนจำให้การซัดทอดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และเครือญาติ โดยมีการจูงใจแลกกับสิทธิประโยชน์ที่ไม่ต้องรับโทษอยู่ในเรือนจำ แต่ให้อยู่ในโรงพยาบาลแทน

โดยมีข้ออ้างเรื่องเจ็บป่วย ตามที่อธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้แถลงว่า ได้รับการประสานจากโรงพยาบาลตำรวจ และรวมทั้งสัญญาที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่จำเลยรายอื่นๆ ด้วย ในเรื่องที่แตกต่างกันไป ซึ่งมีข้อสังเกตว่าความพยายามเรื่องนี้สอดรับกับประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ช.  เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดี พ.ศ. 2561 ที่เพิ่งมาประกาศใช้เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2561

ก่อนหน้านี้ ถ้าใครเคยติดตามความเคลื่อนไหวของ “นายบุญทรง”  จะเห็นว่า แทบไม่มีแกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาพูดถึงชะตากรรมนักการเมืองรายนี้ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่อยากฟื้นฟอยหาตะเข็บ  ด้วยเกรงว่า จะกระทบกับภาพลักษณ์พรรค  ยิ่งนโยบายรับจำนำข้าว ถือเป็นจุดขายที่สำคัญของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถ้าหากนำมาขยายผล คงไม่เป็นผลดีกับพรรคเพื่อไทย  เพราะใกล้ช่วงเลือกตั้ง

แถมระยะหลังมักมีข่าววว่า  นายบุญทรงเจ็บปวดกับชะตากรรมของตัวเอง   เพราะคาดหมายว่าจะถูกลงโทษจำคุกแค่า 10 ปี    แต่คำพิพากษาที่เกิดขึ้นกลับถูกจำคุกเป็นเวลา 42 ปี  มิหนำซ้ำยังมีคดีระบายข้าวแบบจีทูจี (ล็อตใหม่) ซึ่งมีนายบุญทรง กับพวกเป็นผู้ถูกกล่าวหา รอไต่สวนเพิ่มเติมอีก

จึงไม่ใช้เรื่องแปลก  เมื่อมีข่าวอดีต รมว.พาณิชย์ จะออกมารักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ  จะถูกตีความว่า  เป็นการต่อรองระหว่างผู้มีอำนาจในรัฐบาล กับนักโทษในคดีสำคัญ    ยิ่งภาพการใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายอยู่ต่างประเทศของ น.ส. ยิ่งลักษณ์ บาดตาบาดใจ ใครต่อใครที่ได้พบเห็นเหลือเกิน   ทั้งๆที่เดินทางหลบหนีไปต่างประเทศ ไม่ยอมไปรับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาฯในคดีปล่อยละเลยให้เกิดการทุจริตจากโครงการรับจำนำข้าว  ทั้งๆที่ถูกตัดสินจำคุกเป็นเวลา 5 ปี

แต่ในที่สุดแล้ว  หากนายบุญทรงยอมเปิดปาก สาวลึกถึงถึงตัวการสำคัญ ที่คอยบงการจนเกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว บางทีอาจช่วยลดหย่อนผ่อนโทษ  ที่หนักหนาสาหัสากรรจ์อยู่ก็ได้  และยังช่วยชะล้างการเมืองไทย ให้ใสสะอาดในระดับหนึ่งได้  ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนายบุญทรง …. ว่าจะกล้าทำหรือไม่

เมืองสมุทร