‘อนุทิน’เซ็นต์แล้ว ปลดล็อกหมอพื้นบ้าน 3,900 คนเฮ

2

ปลดล็อกแล้ว ! “อนุทิน” ลงนามคืนสถานะ “หมอพื้นบ้าน” ด้าน อ.เดชา ให้คำมั่น พร้อมช่วยผลักดันนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์

วันที่ 6 สิงหาคม ได้มีการประชุมเรื่องการรับรองสถานะหมอพื้นบ้าน ที่กระทรวงสาธารณสุข มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน

มัผู้ร่วมประชุม อาทิ นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข, นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก, นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์, นายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ, นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ ชะลอวัยมหาวิทยาลัยรังสิต, นางสาวรสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว ร่วมด้วยบุคลากรในกระทรวงสาธารณสุข และหมอพื้นบ้าน

ภายในงาน นายอนุทินได้ลงนามรับรองสถานะหมอพื้นบ้าน ในระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการรับรองหมอพื้นบ้าน แก้ไขเพิ่มเติมฉบับ 2 ให้หมอพื้นบ้านที่ได้รับรองตามระเบียบกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก พ.ศ.2554 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2555 จำนวน 3,986 คน ได้สถานะคืน จนกว่าหนังสือรับรองฉบับเดิมจะหมดอายุซึ่งมีอายุหนังสือรับรอง 4 ปี

โดยให้กรมการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือกเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม สำหรับหมอพื้นบ้านที่ขึ้นทะเบียนใหม่ให้ปฏิบัติตามหลักการตามระเบียบกระทรวงฉบับใหม่

นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข ไม่ได้เจาะจงให้ความสำคัญแต่เรื่องของแพทย์สมัยใหม่ แต่เราให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ที่มีมาแต่เดิม ในฐานะส่วนที่ช่วยเหลือประชาชนจากความเจ็บป่วย วันนี้ ได้ลงนามให้หมอพื้นบ้านกลับมามีสถานะ ถูกต้องตามกฎหมาย รู้สึกดีใจ ที่ได้เพิ่มทางเลือกการรักษาแก่ประชาชน

“ขอแสดงความยินดี ขอให้หมอพื้นบ้าน ได้ใช้องค์ความรู้ นำความสุขมาให้กับพี่น้องประชาชน ส่วนผู้ป่วยของนายเดชา 40,000 คน เมื่อเป็นคนไทย ได้สิทธิ์ตามกฎหมาย อยู่ในการดูแลของรัฐอยู่แล้ว ไม่ต้องเป็นห่วง”

นายเดชา กล่าวว่า ขอบคุณนายอนุทิน ที่เดินหน้าคืนสถานะหมอพื้นบ้าน ถือเป็นจุดเริ่มต้นนำกัญชาใต้ดินมาอยู่บนดิน ให้ประชาชนได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ จากนี้ จะร่วมกันผลักดันการใช้กัญชาทางการแพทย์ นายอนุทินเป็นคนกล้า ที่ผ่านมาเสี่ยงชีวิตขับเครื่องบินช่วยผู้อื่น เป็นที่น่าชื่นชม

ด้านนายปานเทพ กล่าวว่า โชคดีที่มีแพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้าน ซึ่งทำให้องค์ความรู้เรื่องกัญชาของไทย ไม่หายไป การแก้ไขกฎกรอบ นายอนุทินมี 2 ทางเลือก จะทำเอง หรือให้ข้าราชการทำแล้วทอดเวลาไปเรื่อย แต่นาบยอนุทินเลือกทำเอง เป็นการสร้างความไว้วางใจแก่ประชาชน และทำให้เห็นว่ามองประชาชนเป็นลำดับแรก

ขณะที่นางสาวรสนา กล่าวว่า เป็นการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็ว นโยบายกัญชาจะนำนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยไปอยู่ในใจประชาชน ทั้งนี้ ตนมีข้อเสนอแนะ ให้สิทธิ์ในการปลูกกัญชานำร่องแก่กลุ่มหมอพื้นบ้าน และแพทย์แผนไทยด้วย โดยนำไปรักษาผู้ป่วย ไม่คิดหากำไร คนกลุ่มดังกล่าว มีใบประกอบวิชาชีพ มีใบรับรองอยู่แล้ว แต่หากทำผิดกฎกรอบ ก็ยึดคืนใบอนุญาตต่างๆ เป็นกลไกควบคุมโดยธรรมชาติ