สาวพยาบาลพิการติดเตียง ถวายฎีกา’กรมสมเด็จพระเทพฯ’ความฝันกลายเป็นจริง

1611

.. สาวถูกรถชนจนพิการ ก่อนเรียนจบพยาบาล ตัดสินใจถวายฎีกา “ กรมสมเด็จพระเทพฯ ” จนความฝันกลายเป็นจริง …

“ กรรณิการ์ ศรีวิจา ” พยาบาลวิชาชีพ โรงพยาบาลสันทราย เขียนเล่าประสบการณ์เจ็บปวด จากคนธรรมดาถูกรถชนจนพิการเดินไม่ได้ ต้องกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียงตั้งแต่อายุ 23 ปี และกำลังจะเรียนจบเป็นพยาบาล จนในวันนี้เธอต่อสู้ไม่ย่อท้อจนสามารถทำตามความฝันได้เป็นพยาบาลวิชาชีพอีกครั้งสมกับที่ตั้งใจไว้ …

… เธอเล่าว่า ครั้งหนึ่งในชีวิต ที่เกิดมาปกติครบ 32 ประการ ฉันใช้ชีวิตปกติแบบคนทั่วไป ไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง หรือมีความลำบาก แต่เมื่อฉันอายุ 23 บริบูรณ์และฉันกำลังจะเรียนจบ เหตุการณ์ที่ฉันไม่ได้คาดฝันมาก่อน เหตุการณ์ที่นับว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวฉันครั้งยิ่งใหญ่ ฉันประสบอุบัติเหตุ …

… ใช่ วันนั้นรถชน และสิ่งที่ตามมาคือร่างกายของฉันตั้งแต่ใต้ราวนมลงมาไม่มีความรู้สึกการประมวลผลร่างกายของนักศึกษาพยาบาลปี 4 ที่อีก 1 เดือนจะเรียนจบและเป็นพยาบาลเต็มตัวในสมองคิดขึ้นมาได้ทันทีว่า ฉันกำลังบาดเจ็บหนัก และกำลังคาบเกี่ยวกับคำว่าจะสามารถกลับมาเดินได้ตามปกติ หรืออาจจะเดินไม่ได้เลย สิ่งเดียวทีต้องการวันนั้น ฉันแค่รอเพื่อทำการผ่าตัดให้เร็วที่สุด เรื่องอื่นค่อยคุยกันที่หลังฉันยิ้มให้ทุกคนและบอกว่า ฉันไม่เป็นไรและหลังจาก ออกมาจากห้องผ่าตัดทุกอย่างจะดีขึ้น ฉันยิ้มให้กับทุกคนแล้วบอกทุกคนว่าอย่าร้องไห้ เพราะฉันเป็นคนป่วยฉันยังไม่ร้องไห้ ฉันยิ้มทุกครั้งที่มีคนอยู่ด้วย ทำตัวเองให้ปกติที่สุด เพราะถ้าฉันแสดงออกว่าฉันอ่อนแอเมื่อไหร่ นั่นแปลว่า ครอบครัวของฉันจะเป็นกังวล ฉันประเมินตัวเองหลังผ่าตัด ฉันรู้ดีในใจว่าฉันต้องทำกายภาพอีกยาวนานและก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ร่างกายฉันถึงจะฟื้นขึ้นมาได้ฉันรู้ดีว่าฉันกำลังจะเป็นผู้ป่วยเรื้อรังและต้องมีคนค่อยดูแลฉันอย่างใกล้ชิด …

… ความกังวลที่ตามมากจากการที่คิดว่าอาจจะเดินไม่ได้ความกังวลใจที่มันมากกว่า คือ ฉันอาจไม่ได้เป็นพยาบาล สิ่งที่น่ากลัว สิ่งที่ฉันต้องเก็บไว้ และสิ่งที่ฉันต้องฝืนยิ้ม ฉันทำแบบนั้นซ้ำ ๆ ฝืนยิ้มทั้ง ๆ ที่ใจฉันมันกำลังเศร้า รอยยิ้มของฉันตอนนั้นฉันยิ้มด้วยนัยตาที่ฉันเศร้าหมอง จนแฟนคนที่เสียไปพูดกับฉันว่า อยากร้อง ก็ร้องมันออกมา ตัวเองไม่ต้องทำตัวเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้ เค้ารู้ว่าตัวไม่อยากอ่อนแอให้ใครเห็น ฉันได้แค่ยิ้มกลับไปแล้วไม่พูดอะไรเลย …

… การรักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์เป็นเวลา 2 เดือนครึ่ง พี่นักกายภาพ นักกิจกรรมบำบัดทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายฉันพยายามฟื้นขึ้นมา แต่เวลา 2 เดือนครึ่งที่ฉันรักษาตัวที่นั่น ฉันแค่กระดิกนิ้วเท้าข้างขวาได้เท่านั้น ถึงเวลาต้องกลับมาพักฟื้นที่รักษาตัวอยู่ที่บ้านสิ่งที่ร้ายแรงที่สุดในชีวิตก็เกิดขึ้น ระบบทางบ้านรวนไปหมด ปัญหาหลาย ๆ อย่างเริ่มรุมเร้าเพราะฉันต้องมีคนค่อยดูแล 24 ชั่วโมง แต่ปัญหาคือ พ่อแม่ฉันแยกทางกัน และก็มีหน้าที่การงานต้องรับผิดชอบไม่สามารถอยู่ดูแลฉันได้ต้องพึ่งแฟนน้องชายที่มาคอยดูแลอยู่กับป้าที่บ้าน ฉันได้แค่นอนอยู่บนเตียง ที่นาน ๆ ครั้งฉันจะตะโกนขอคนอื่นมาพลิกตัวให้ เพราะฉันทั้งเกรงใจ และไม่อยากทำให้คนอื่นลำบาก ตอนนั้นฉันกำลังเริ่มเข้าสู่ภาวะซึมเศร้า ฉันทำได้แค่อดทนรอ เพื่อพลิกตัวไปมาซ้ายขวา รอเวลาเพื่อให้คนอื่นมาพยุงลุกแล้วไปกินข้าวและดีที่สุดคือการนั่งวีลแชร์ไปนั่งสูดอากาศหน้าบ้าน …

… ความรักครั้งใหม่ มันเหมือนจะสวยงาม แต่เมื่อฉันเป็นผู้ป่วยที่ยังไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้มากเท่าไหร่ และการกายภาพของฉันยังไม่ค่อยก้าวหน้าเท่าไหร่ สิ่งที่ฉันต้องกลับมาพบเจออีกครั้ง คือ การนอกใจ สุดท้ายคำพูดที่เค้าปฏิญาณไว้ทุกอย่าง เค้าทำไม่ได้สุดท้ายฉันก็แพ้ให้กับผู้หญิงคนอื่นเหมือนเดิม เพียงเพราะฉัน เดินไม่ได้ …

… เป็นเวลา 1 ปี กับ 1 เดือนที่ฉันประสบอุบัติเหตุพอดีที่เค้าทิ้งฉันไป ปัจจุบัน ฉันไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้อยู่ที่ไหนของโลก และฉันก็ไม่รู้ว่าเค้ารู้สึกผิดบ้างมั้ย ที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งจากที่เดินได้ปกติแต่กลับต้องมานั่งวีลแชร์ และฟันฝ่าอุปสรรคหลาย ๆ อย่างเพื่อให้เธอกลับมาใช้ชีวิตให้ปกติดังเดิมได้ แต่ฉันไม่ถือโทษโกธรเค้า เพราะฉันต้องขอบคุณเค้าที่เป็นตัวพลักดันให้ชีวิตฉันดีขึ้น และฉันได้ปล่อยคนไม่ดีออกจากชีวิตของฉันไปได้อีกหนึ่งคน นั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ฉันเขียนเพจบันทึกจากวีลแชร์ เพียงเพราะตอนนั้นฉ้นต้องการระบายความเจ็บปวดที่ฉันมีให้คนอื่นได้รับฟังฉันบ้าง ความเจ็บปวดครั้งนี้ สอนให้ฉันรู้ว่า ฉันควรรักตัวเอง และทำเพื่อตัวเองให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันพาตัวเองอาสาช่วยทำงานในหอผู้ป่วย ไปพูดคุยกับผู้ป่วยและให้กำลังใจ ฉันกายภาพอย่างหนักเพื่อฟื้นร่างกายให้ได้มากที่สุด ฉันฝึกการใช้วีลแชร์ เพื่อให้วีลแชร์เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฉัน ฉันสร้างเพจบันทึกจากวีลแชร์ เพื่อเขียนให้กำลังใจคนอื่นและตัวเอง ฉันถักตุ้กตาขายเพื่อหารายได้เสริมให้กับตัวเอง พาตัวเองออกไปทำกิจกรรมข้างนอก พาตัวเองออกไปวิ่ง วิ่งในแบบที่ฉันใช้แขนวิ่ง ฉันฟังคำสอนของพระ ว.วชิรเมธี ทุกคืน ฉันอ่านหนังสือปรัชญาเป็นตั้ง ๆ เพื่อพัฒนาจิตใจและความคิดของตัวเอง ทุกกิจกรรมที่ฉันได้ทำ มันทำให้ฉันรู้ว่า ความสุขที่แท้จริงของฉันคือ การทำประโยชน์เพื่อคนอื่น ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ทั้งฉันและคนที่ได้รับก็มีความสุขเหมือนกัน คำสอนที่ฉันได้คือ การทำดี ทำไปเรื่อย ๆ สักวันเราก็จะได้รับสิ่งดี ๆ ตอบแทนเอง และฉันก็ทำมันเรื่อย ๆ ถึงแม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าฉันจะได้รับกลับคืนมาเมื่อไหร่ก็ตาม และฉันก็พยายามพาตัวเองเพื่อให้กลับไปเรียนต่อให้จบได้ ฉันได้รับการช่วยเหลือจากโรงพยาบาลสันทราย คุณหมอ ชลาทิพย์ หมอเวชสาสตร์ฟื้นฟูที่รักษาฉัน พี่ ๆ และเพื่อนนักกายภาพ พี่นักกิจกรรมบำบัด โรงพยาบาลสันทราย และผู้ชายคนหนึ่งที่ติดตามเพจฉันตั้งแต่แรก จนวันหนึ่ง มีผู้ชายคนนี้ ได้แนะนำให้ฉันเขียนฎีกาถึงสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อกราบทูลขอกลับไปเรียนต่อ และสุดท้ายฉันก็ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพ ฯ ให้ฉันได้กลับมาเรียนในวิชาชีพที่ฉันรักอีกครั้ง …

“… วิชาชีพ พยาบาล ทางวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี เชียงใหม่ ให้โอกาสฉันได้กลับมาฝึกงานที่เหลือให้จบและดูแลฉันเป็นอย่างดีระหว่างที่ฉันต้องสอบจบของสถาบันราชชนกสอบจบของมหาวิทยาลับเชียงใหม่ และสอบใบประกอบวิชาชีพ ให้ผ่านทั้ง 8 วิชา จนปัจจุบันฉันสามารถจบและกลับมาทำงานในฐานะพยาบาลวิชาชีพ ที่โรงพยาบาลสันทราย และกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอย่างเคย แค่เพียงฉันมีเก้าอี้ส่วนตัว ที่ไม่ต้องมีใครมาแย่งเก่าอี้ของฉัน ผู้ชายที่ติดตามเพจฉัน และแนะนำให้ฉันเขียนฎีกา คือ แฟนคนปัจจุบันของฉัน ที่เค้าติดตามเพจของฉันตั้งแต่แรก และค่อยให้กำลังใจฉันตลอดมาจนวันหนึ่ง มีเหตุการณ์ระเบิดที่สามชายแดนใต้ ฉันเลยทักไปถามไถ่ เพราะเห็นว่าเค้าอยู่แถวนั้น ด้วยความที่เค้าคอยเป็นห่วงเราเสมอมา เลยให้กำลังใจเค้าไป นั่นคือจุดเริ่มต้นความรักครั้งใหม่ของฉันอีกครั้ง กับผู้ชายที่กรีดยางอยู่ที่สามจังหวัดชายแดนใต้ …”

… เกือบจะ 3 ปี กับการเดินทางอันยาวนานของฉัน ฉันมีคุณย่าที่อยู่ข้างฉันมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ฉันประสบอุบัติเหตุ ย่าจะพูดเสมอว่า …

“… ถ้ายิวยังสู้ ย่าก็จะสู้ไปกับยิว …”

… นี่คือกำลังใจที่สำคัญที่ทำให้ฉันลุกขึ้นมาสู้ถึงทุกวันนี้ ฉันต้องมาเรียนรู้กับร่างกายที่ต้องมีอุปกรณ์พิเศษ กว่ามันจะสวยงามแบบทุกวันนี้ ฉันได้ผ่านความเจ็บปวดมามากมายเพื่อแลกกับการประสบความสำเร็จของฉัน ฉันต้องใช้น้ำตา และความอดทนเพื่อแลกกับสิ่งที่มันคุ้มค่าที่สุดในชีวิตฉัน ฉันพุ่งชนหลายครั้ง เพราะฉันไม่มีทางเลือกอีกแล้ว ทุกการตัดสินใจกว่าที่ฉันจะประสบความสำเร็จ ฉันแลกมันมาด้วยคำว่า …

“… ไม่ท้อ ไม่ถอย ไม่ถอดใจ …”